รีวิวหนังฝรั่ง  Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม

รีวิวหนังฝรั่ง Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม

รีวิวหนังฝรั่ง  Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม

รีวิวหนังฝรั่ง Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม

รีวิวหนังฝรั่ง Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม แม้ว่าในบ้านเราหนังจะไม่ค่อยมีกระแสเท่าที่ควรแต่ขอบอกเลยว่าใครเป็นคอหนังดรามาโรแมนซ์ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม

 ที่จะเข้าโรงฉายอีกไม่กี่วันนี้แล้ว โดยหนังได้สองสาวมากความสามารถ Rachel Weisz และ Rachel McAdams มาร่วมถ่ายทอดความรักของ LGBT จากฝีมือ Sebastián Lelio ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก A Fantastic Woman ที่เพิ่งฉายในบ้านเราไม่นานมานี้

Disobedience เสน่หา… ต้องห้าม ว่าด้วยเรื่องราวของ โรนิท ช่างภาพสาวที่ทำงานในมหานครใหญ่อย่างนิวยอร์ก และได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดของเธอในลอนดอน เพื่อร่วมงานศพพ่อผู้เป็นแรบไบนิกายออโธดอกซ์สุดเคร่งครัด เธอได้พบเพื่อนวัยเด็กที่เป็นคนรักเก่าของเธอ เอสตี้ ที่แต่งงานไปแล้ว แต่แล้วถ่านไฟเก่าของทั้งคู่ก็ปะทุขึ้นมาท่ามกลางชุมชนเคร่งศาสนาแห่งนี้

ด้วยความที่หนังจั่วหัวว่ามาแล้วว่าเป็นเรื่องราวความรักของหญิงรักหญิง จึงค่อนข้างคาดหวังไว้พอสมควรว่าจะหนังจะมีประเด็นที่หนักหนาสาหัสแน่นอน เพราะเรื่องย่อก็บอกไว้แล้วว่าตัวเอกของเรื่องนั้นได้อาศัยอยู่ในชุมชนที่เคร่งศาสนา ฉะนั้นรสนิยมทางเพศของตัวเอกจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น หนังเล่าเรื่องออกมาได้อย่างลึกซึ้ง เราได้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม มันเริ่มต้นจากความเชื่อทางศาสนาจนลามกระทบไปถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งในจุดนี้เองมันทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวละครเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกกีดกันในหลายๆ เรื่อง ซึ่งแม้ว่าหากมองจากภายนอกมันจะไม่ได้มีความรุนแรงมากนัก แต่ว่ามันได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ รู้สึกเจ็บจนบาดลึกในใจเลยทีเดียว เหมือนอย่างใครบางคนเคยบอกไว้ว่าการกระทำมักจะเจ็บกว่าคำพูด เช่นเดียวกันกับพฤติกรรมของพ่อผู้เป็นแรบไบกระทำต่อลูกสาว ช่างเป็นการทารุณทางจิตใจมากเหลือเกิน

ถึงแม้ว่าหนังจะเต็มไปด้วยเรื่องราวความดรามาจากการไม่ยอมรับความรักของกลุ่ม LGBT แต่พอมาถึงช่วงฉากเลิฟซีนอันนำเข้าไปสู่จุดไคล์แม็กซ์ของเรื่องนั้นถือว่าทำออกมาได้ถึงใจมาก การถ่ายทอดอารมณ์ที่ตกอยู่ในห้วงเสน่หาของ Rachel Weisz และ Rachel McAdams นั้นทำให้เรารู้สึกว่าทั้งคู่เคยมีความหลังร่วมกันมาจริงๆ ขอคอนเฟิร์มว่าแซ่บแน่นอน

อย่างไรก็ตามจุดไคล์แม็กซ์ที่เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ของตัวละครในเรื่องนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดจริงๆ และถือได้ว่าหนังค่อนข้างปรานีกับผู้ชมมากเกินไป ซึ่งส่วนตัวคาดหวังว่ามันน่าจะมีความความเข้มข้นมากกว่านี้ ซึ่งในจุดนี้เองทำให้หนังไปไม่ค่อยสุด แต่ฝีมือทางการแสดงของสองสาวก็พอจะทำให้เราได้เพลิดเพลินและกลับไปขบคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกตราบใดที่การเป็น LGBT นั้นยังไม่ถูกยอมรับในสังคม