รีวิวหนังฝรั่ง  Mamma Mia Here We Go Again

รีวิวหนังฝรั่ง Mamma Mia Here We Go Again

  รีวิวหนังฝรั่ง  Mamma Mia Here We Go Again

รีวิวหนังฝรั่ง Mamma Mia Here We Go Again

รีวิวหนังฝรั่ง Mamma Mia Here We Go Again หลายๆคนคงคุ้นหูกับคำว่า “Mamma Mia!” ซึ่งจริงๆแล้วคำนี้มันก็คือคำอุทานของทางประเทศตะวันตก ถ้าจะให้แปลเป็นภาษาไทยก็จะได้ประมาณว่า “อุ๊ย! ต๊ายตาย” อะไรประมาณนี้ แต่ในปัจจุบันเราอาจจะไม่ค่อยได้ยินใครอุทานคำนี้ออกมาบ่อยนัก แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้ “Mamma Mia!” กลายเป็นที่จดจำไปทั่วโลกไม่ใช่ในฐานะคำอุทาน แต่เป็นในฐานะ “Musical (ละครเพลง)” ที่ชื่อเสียงและเป็นละคร “Broadway (ละครเวที) ที่เป็นที่รู้จักอันดับต้นๆของโลกด้วยบทเพลงอันไพเราะและเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ซึ่งในปี ค.ศ. 2008 “Mamma Mia!” ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เป็นครั้งแรกและได้นักแสดงชื่อดังหลายท่านเข้ามารับบทบาท ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง “Meryl Streep” หรือจะเป็น “James Bond” แห่งยุค 90s อย่าง “Pierce Bosnan” รวมไปถึง “Amanda Seyfried” ดาวรุ่งมาแรงในขณะนั้นก็ร่วมแสดงอยู่ด้วยเช่นกัน

กลับมาคราวนี้ในปี 2018 ซึ่งก็นับเป็นเวลาร่วม 10 ปี ที่ “Mamma Mia!” ห่างหายไปจอภาพยนตร์ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพราะนอกจากจะยังคงใช้นักแสดงชุดเดิมแล้วยังมีการเพิ่มนักแสดงคนอื่นๆเข้ามาอีกอย่างคนที่น่าจับตามองมากที่สุดก็คงจะเป็น “Lily James” ที่มีผลงานให้คุณหน้าคุณตากันอย่าง “Cinderella” และ “Baby Driver” รวมถึง “Cher” นักร้องรุ่นเดอะกับการกลับมาแสดงหนังในรอบ 8 ปี บอกได้เลยว่าถ้าเปรียบเรื่องนี้เป็น Production ของละครเวที ก็คือ Production ที่ใหญ่โตระดับประเทศเลยก็ว่าได้

❗️เนื้อเรื่องของภาคนี้ค่อนข้างต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว แนะนำว่าให้หาชมภาคแรกมาก่อนจะได้ไม่งงกับเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครและส่วนหนึ่งคือจะทำให้อินมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ได้ดูภาคแรกมาก็สามารถได้เช่นกัน หนังจะค่อยๆอธิบายไปเรื่อยๆ

สำหรับภาคนี้เวลาผ่านมาจากภาคแรกประมาณ 5 ปี “Sophie Sheridan” (Amanda Seyfried) ยังคงอาศัยอยู่บนเกาะคาโรไครี ประเทศกรีซ ในบ้านหลังเดิมที่เธอเติบโตขึ้น แต่ตอนนี้เธอกำลังทำการต่อเติมและบูรณะครั้งยิ่งเพื่อให้บ้านของเธอนั้นกลายเป็นโรงแรมดั่งที่แม่ของเธอ “Donna Sheridan” (Meryl Streep) เคยไฝ่ฝันเอาไว้ก่อนจะเสียชีวิตลง ทว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเปิดโรงแรมตามกำหนดการแล้ว แต่ทุกอย่างยังจัดการไม่เสร็จเรียบร้อย แล้วดูเหมือนทุกคนจะยังคงเศร้ากับการจากไปของ “Donna” อยู่ และยังมีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นกับ “Sophie” อยู่ทุกวัน จนทำให้เธอท้อและอดคิดถึงแม่ไม่ได้ เรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามต่อในโรงภาพยนต

เรียกได้ว่าหากใครได้ติดตามหนังมาตั้งแต่ภาคแรกที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับคอหนังแนวมิวสิกเคิลแล้ว เชื่อว่าไม่ควรพลาดภาคนี้แน่นอน ด้วยเรื่องราวที่ย้อนกลับไปให้จุดกำเนิดที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ของคุณแม่และพ่อทั้งสาม ประกอบกับได้ย้อนระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ อีกทั้งเพลงเพราะๆ ทำให้สนุกสนานไปกับเรื่องราวและสามารถผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี

โดยในภาคนี้ได้เพิ่มนักแสดงเข้ามาสวมบทบาทของคุณแม่ดอนนา (Lily James) และคุณพ่อทั้งสามในตอนที่ยังวัยรุ่น บอกได้เลยว่าแคสมาได้สมบทบาทมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาและเสียงร้องต่างก็มีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึง แม้แรกๆ เราอาจจะสับสนเรื่องหน้าตาของสามหนุ่มที่มีความคล้ายคลึงกันบ้าง แต่ด้วยคาแรคเตอร์จึงพอจะเดาและแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร

เชื่อว่าหากใครได้ดูหนังแล้วอาจจะมีเรื่องช็อกเบาๆ เกี่ยวกับตัวละครคุณแม่ดอนนาในตอนปัจจุบัน (Meryl Streep) แต่ด้วยความเป็นหนังสไตล์คอมเมดี้จึงไม่ได้ออกมาเศร้ามากนัก เราได้เห็นจุดคลี่คลายปมต่างๆ ของตัวละครเกือบทุกตัว เรียกว่าแฮปปี้เอนดิ้งกันถ้วนหน้า และหนังก็ยังคงสื่อให้เห็นประเด็นเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวเป็นหลักเหมือนอย่างเคย

แน่นอนว่าเราจะยังคงได้ยินเสียงเพลงและท่วงทำนองที่คุ้นเคยใน Mamma Mia! Here We Go Again เรียกได้ว่าเพลงฮิตจากภาคแรกก็ยังไม่หายไปไหน แถมเพลงใหม่ก็ตรึงใจไม่แพ้กัน สารภาพกันตรงๆ ว่าแทบอยากจะใส่เอี๊ยมแล้วจับไมค์มาร้องไปพร้อมๆ กับนักแสดงเลยทีเดีย